มะเขือเปราะ

มะเขือเปราะ

มะเขือเปราะ ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum virginianum L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Solanum mairei H. Lév., Solanum xanthocarpum Schrad. & H. Wendl.) จัดอยู่ในวงศ์มะเขือ (SOLANACEAE)[1]
มะเขือเปราะ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า มะเขือขัยคำ มะเขือคางกบ มะเขือจาน มะเขือแจ้ มะเขือแจ้ดิน มะเขือดำ (ภาคเหนือ), มะเขือหืน (ภาคอีสาน), มะเขือขื่น มะเขือเสวย (ภาคกลาง), เขือพา เขือหิน (ภาคใต้), มั่งคอเก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), หวงกั่วเชี๋ย หวงสุ่ยเชี๋ย (จีนกลาง) เป็นต้น

มะเขือเปราะสดจะมีเนื้อกรอบ รสหวานปนขมเล็กน้อย นำไปจิ้มกับหลนหรือน้ำพริกต่าง ๆ หากผ่านการลวกหรือปรุงสุก เนื้อของมะเขือจะอ่อนนุ่มและรสหวานอร่อยขึ้น เมนูที่ขาดมะเขือเปราะไม่ได้ก็เช่น แกงเขียวหวาน แกงป่า ตำซุบมะเขือเปราะ การกินมะเขือเปราะ 100 กรัม ร่างกายจะได้รับวิตามินซี 24 มิลลิกรัม แคลเซียม 7 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 10 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.8 มิลลิกรัม และเส้นใยอาหาร 1.7 กรัม ในขณะที่มีพลังงานเพียง 33 กิโลแคลอรีเท่านั้น

ส่วนสรรพคุณทางยาของมะเขือเปราะก็คือ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ขับพยาธิ และลดระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ มะเขือเปราะยังมีสารที่อาจช่วยยับยั้งการเจริญเติมโตของเซลล์มะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย ขณะที่ในอินเดียใช้รากต้นมะเขือเปราะเป็นยาแก้ไอ ขับปัสสาวะ และขับลม ส่วนเคล็ดลับสำหรับแม่ครัวที่ไม่อยากให้มะเขือเปราะที่หั่นแล้ว เปลี่ยนเป็นสีคล้ำดูไม่น่ากิน คือ เมื่อหั่นแล้วให้แช่ลงในน้ำที่ผสมเกลือทันที