10 วิธี ป้องกันภัยจาก โซเชียลเน็ตเวิร์ค

ทุกวันนี้ โซเชียลเน็ตเวิร์ค ได้กลายมาเป็นสิ่งจำเป็นและขาดไม่ได้สำหรับชีวิตประจำวันของผู้คนในสังคม  ในการติดต่อสื่อสาร การดำเนินธุรกิจ  การศึกษา   ตลอดจนเป็นแหล่งของความบันเทิงในด้านต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันภัยที่มากับอินเทอร์เน็ตก็มีอยู่มากมาย ดังนั้นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจึงควรตระหนักถึงภัยจากสื่ออินเทอร์เน็ตและรู้จักวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยเพื่อ ป้องกันภัย ความเสี่ยงหรือภัยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ควรจะต้องทำความเข้าใจกฏหมาย “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550”  ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์และ ให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ในทางสร้างสรรค์  ตัวอย่างรูปแบบการฉ้อโกงในอินเทอร์เน็ต เช่น

การประมูลสินค้าทางอินเทอร์เน็ตโดยหลอกลวง
การใช้บริการอินเทอร์เน็ตโดยหลอกลวง
การใช้บัตรเครดิตโดยไม่ได้รับอนุญาต
การเข้าใช้โมเดมของบุคคลอื่น
การหลอกลวงให้ใช้บริการเกี่ยวกับเว็บไซต์
การหลอกลวงโดยใช้การตลาดหรือการใช้แบบตรง
การหลอกลวงโดยเสนอให้เงินจากต่างประเทศ
การหลอกลวงให้ประกอบธุรกิจที่บ้าน
การหลอกลวงให้จดทะเบียนโดเมนเนม
การหลอกลวงโฆษณาหรือขายยามหัศจรรย์

10 วิธีการ ป้องกันภัยจาก โซเชียลเน็ตเวิร์ค

ควรเปลี่ยนพาสเวิร์ดใหม่อย่างน้อยทุกๆ 3 เดือน
ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสอย่างน้อย 1 โปรแกรมบนเครื่อง
ไม่ควรดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
ตรวจสอบระบบความปลอดภัยของเว็บไซต์นั้นๆ ก่อนทำการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์  เพราะอาจถูกดักจับเลขบัตรเครดิตขณะใช้งานได้
ตรวจสอบประวัติและรายละเอียดของผู้ขาย ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้
ไม่ควรทำข้อตกลงใดๆ กับบุคคลอื่น แต่ควรศึกษารายละเอียดของเอกสารหรือข้อตกลง เงื่อนไขความรับผิดชอบที่ส่งมาโดยถี่ถ้วน ตรวจสอบค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะถูกเรียกเก็บให้ ครบถ้วนถ้าพบสิ่งปกติต้องแจ้งระงับการใช้งานกับผู้ให้บริการทันที
ผู้ถือบัตรเครดิตไม่ควรแจ้งข้อมูลบัตรเครดิตให้บุคคลอื่นทราบ แต่หากต้องมีการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตทางอินเตอร์เน็ตก็ควรเลือกร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือหรือมีหลักแหล่งที่แน่นอนสามารถติดต่อได้
กรณีของผู้ขาย ให้ตรวจสอบตัวบุคคลผู้ใช้บัตรว่าเป็นผู้ถือบัตรจริง
ผู้บริโภคไม่ควรหลงเชื่อบุคคลอื่นที่อ้างตัวและเสนอจะให้ผลประโยชน์ จำนวนมหาศาลโดยไม่มีความเสี่ยง ควรระวังไม่หลงเชื่อคำเชิญชวนของผู้ที่อ้างว่าเป็นธุรกิจที่สร้าง รายได้จำนวนมากภายในระยะเวลาสั้นๆ
ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลบัญชีธนาคารของตนแก่ผู้อื่น

ควรใช้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต,  บริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือใช้บริการของ “ศูนย์สารสนเทศเครือข่ายแห่งประเทศไทย”