กระพี้จั่น

กระพี้จั่น

ต้นกระพี้จั่น เป็นไม้ต้น ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ผลัดใบ สูง 8 – 20 เมตร เรือนยอดทรงกลม โคนต้นเป็นพูพอน เปลือกสีน้ำตาลหรือ น้ำตาลเทาแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ ตามกิ่งมีรอยแผลทั่วไป ใบกระพี้จั่น ประกอบรูปขนนก ออกเวียนสลับ มีใบย่อย 7 – 21 ใบ แผ่นใบย่อยรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 1 – 3 เซนติเมตร ยาว 3 – 7 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนมนหรือแหลม แผ่นใบบาง ดอกกระพี้จั่น รูปออกถั่ว สีขาวปนม่วง ออกตามกิ่งและง่ามใบ ดอกออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงตามปลายกิ่งและเหนือรอยแผลใบ ช่อยาว 7-22 ซม. กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันคล้ายรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก สีม่วงดำ กลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 10 อัน ดอกบานเต็มที่กว้าง 0.8-1 ซม. ดอกคล้ายดอกถั่วสีม่วงแกมขาว ผลกระพี้จั่น เป็นฝักแบน โคนแคบกว่าปลาย กว้าง 2 – 2.5 เซนติเมตร ยาว 9 – 12 เซนติเมตร เปลือกเกลี้ยงหนาคล้ายแผ่นหนัง ขอบเป็นสัน เมล็ดสีน้ำตาลดำ 1 – 4 เมล็ด

สรรพคุณกระพี้จั่น : เนื้อไม้ ช่วยบำรุงเลือด ลำต้น ยาพื้นบ้านอีสานใช้ต้มดื่มบำรุงเลือด  เปลือกต้น ต้มน้ำใช้ชำระล้างบาดแผลเรื้อรัง แก่น เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกายบำรุงโลหิต บำรุงธาตุและช่วยเจริญอาหาร ใบ ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ แกนกลางใบประกอบยาว 14-18 ซม. มีใบประกอบย่อย 11-17 ใบ เรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปไข่กลับแกมรูปขอบขนาน กว้าง 2-3.5 ซม. ยาว 4.5-8 ซม. ปลายใบมนทู่ และหยักเว้าเล็กน้อย โคนใบมนกลมหรือสอบเป็นรูปลิ่มกว้างๆ ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว สีเขียวเข้มอมเทา ผิวใบด้านล่างสีเขียวนวล มีขนละเอียดที่เส้นแขนงใบ

ดอก สีชมพูอมม่วงหรือม่วงอมขาวมีแต้มสีเหลืองตรงกลาง ออกเป็นช่อ แบบช่อกระจะแยกแขนงที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง มีดอก พร้อมกับการผลิใบใหม่ ช่อดอกห้อยลงยาว 10-20 ซม. ดอกย่อย รูปดอกถั่วจำนวนมาก ยาวประมาณ 1 ซม. กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน เป็นรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 แฉก สีน้ำตาลเข้ม กลีบดอก 5 กลีบ บางและอ่อน เกสรเพศผู้ 10 อัน แยกออกเป็นสองกลุ่มๆ ละ 5 อัน ออกดอกเดือน ก.พ.-เม.ย. ผล ผลแห้ง เป็นฝักทรงแบน กว้าง 2-2.5 ซม. ยาว 5-8 ซม. รูปรี แกมรูปขอบขนาน ปลายฝักแหลมหรือมน โคนฝักแคบ ขอบเป็นสัน สีเขียวอ่อน เมื่อสุกสีนาตาล เมล็ดรูปไต สีน้ำตาลเข้ม 1-2 เมล็ด ติดผล เดือน มี.ค.-พ.ค. ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด นิเวศวิทยา พบตามป่าเบญจพรรณทั่วไปและป่ากิ่งโล่งแจ้ง การใช้ประโยชน์ ไม้ทำเยื่อกระดาษ ด้ามเครื่องมือของเล่นเด็ก ทำดอกไม้ประดิษฐ์ ยอดอ่อน นำมาประกอบอาหาร เช่น แกง ยำ มายเหตุ ต้นไม้ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน