ระบบความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์

ระบบความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์
ในปีทศวรรษที่ 50 ได้ เริ่มให้ความสนใจการควบคุมพลังงานที่ได้จากปฏิกิริยานิวเคลียร์ โดยมีการสาธิตที่เมืองชิคาโก เพื่อใช้ทางการทหารและการผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้มีความกังวลในด้านอุบัติเหตุและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์ขาดการระบายความร้อนของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ที่จะเป็นสาเหตุให้เกิดการหลอมละลายของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ จึงผลักดันให้มีการศึกษาทั้งผลกระทบด้านกายภาพและชีวะภาพที่เกิดจากการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสี

ความพยายามดังกล่าวได้ประสบผลสำเร็จ ซึ่งดูได้จากระยะเวลาการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อผลิตไฟฟ้ามามากกว่า 50 ปี ใน 32 ประเทศนั้น มีการเกิดอุบัติเหตุครั้งสำคัญๆ อยู่เพียง 3 แห่ง คือ อุบัติเหตุที่ทรีไมล์ไอซ์แลนด์ เชอโนบิล และฟุกุชิมา ที่เป็นเพียงส่วนน้อยในจำนวนโรงไฟฟ้าแบบเก่า
อุบัติเหตุที่ทรีไมล์ไอซ์แลนด์ (สหรัฐฯ, 1979) เกิดการเสียหายของเตาปฏิกรณ์ แต่ไม่มีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีออกสู่ภายนอกโรงไฟฟ้า ไม่เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขอนามัยของผู้คนรอบโรงไฟฟ้า

อุบัติเหตุที่เชอโนบิล (ยูเครน, 1986) เกิดความเสียหายของเตาปฏิกรณ์จากการระเบิดของไอน้ำและไฟไหม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 31 คน มีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสุขอนามัยของผู้คนรอบโรงไฟฟ้า จำนวนผู้เสียชีวิตรวมในเวลาต่อมาทั้งหมดประมาณ 56 คน

อุบัติเหตุที่ฟุกุชิมา (ญี่ปุ่น, 2011) เกิดความเสียหายเนื่องของเตาปฏิกรณ์และอาคารคลุมเตาปฏิกรณ์จากการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจนหลังจากแผ่นดินไหวและสึนามิ ไม่มีผู้เสียชีวิต มีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี และต้องอพยพประชาชนที่อยู่อาศัยในรัศมี 20 กิโลเมตร

จากจำนวนชั่วโมงการเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ รวมทั้งหมดกว่า 12,000 ปี การเกิดอุบัติเหตุของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มีเพียงอุบัติเหตุที่เชอโนบิลและฟุกุชิมาเท่านั้น ที่มีการรั่วไหลของสารกัมมัตรังสีออกสู่สิ่งแวดล้อมสูงกว่าปริมาณรังสีในธรรมชาติ ส่วนอุบัติเหตุ (1 ครั้งที่ทรีไมล์ไอซ์แลนด์) และอุบัติการณ์อื่นๆ ทั้งหมด มีความเสียหายเกิดขึ้นอยู่ภายในโรงไฟฟ้าเท่านั้น