การสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน

รัฐบาลไทยตั้งเป้าว่าจะลดอัตราการเสียชีวิตให้เหลือต่ำกว่า 10 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อปีให้สำเร็จภายในปี 2563 ตามแนวทางโครงการ “Decade of Action for Road Safety” โดยองค์กรสหประชาชาติ

แน่นอนว่า มาตราฐานการป้องกันอุบัติเหตุด้วยการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ก็สามารถช่วยให้มีความปลอดภัยมากขึ้น เช่น การออกแบบถนนที่ดี การติดกระจกโค้งตามจุดบอด การมีลูกระนาดบนพื้นถนนเพื่อลดความเร็วเมื่อถึงทางโค้ง การติดป้ายเตือนเด็กข้ามถนน ฯลฯ

แม้กระนั้น พฤติกรรมเองก็มีส่วนเป็นอย่างมากในการทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ดังนั้น การรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ผู้ใช้ไปจนถึงระดับการวางแผน เช่น การสนับสนุนการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ การอบรมจัดกิจกรรมและนิทรรศการรณรงค์ลดอุบัติเหตุจราจรในสถานศึกษา การวางแผนเพื่อเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่ง ฯลฯ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะ มาตราที่เป็นการ “บังคับ” (hard measures) และมาตราที่เป็นการ “รณรงค์” (soft measures) ไม่เพียงทดแทนไม่ได้ แต่ยังมีส่วนส่งเสริมกันและกัน ทำให้การลดอุบัติเหตุทางถนนมีประสิทธิผลมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา Duncan Green จากองค์กร Oxfam ได้เขียนไว้ในบทความบนหนังสือพิมพ์ The Guardian ของอังกฤษเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “อุบัติเหตุจราจรกำลังคร่าชีวิตผู้คน มากพอๆกับโรคมาลาเรีย” ทว่า “การชักชวนคนขับรถเมล์ให้ลดความเร็วลงนั้น สามารถทำได้ง่ายกว่าการสู้รบปรบมือกับโรคมาลาเรียมากนัก”

แต่ถึงกระนั้นการชักชวนคนขับรถให้ช้าลงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และในระยะยาวแล้ว อาจเป็นเรื่องยากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะ ความท้าทายในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งรวมถึงการอบรมให้ความรู้เยาวชนรุ่นใหม่ ทว่าบริบทของสังคมและพฤติกรรมของคนนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การรณรงค์จึงควรทำอย่างสร้างสรรค์และอย่างต่อเนื่อง

โดยส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่าการปลูกฝังระเบียบวินัยนั้นควรทำกันตั้งแต่เนิ่นๆ ดังนั้นสถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่ดีที่สุดในการสร้างความเข้าใจถึงความร้ายแรงของอุบัติเหตุบนท้องถนน สุดท้ายนี้ ผมจึงขอฝากคำถามไว้ให้ท่านผู้อ่านว่า คุณมีวิธีหรือสำนวนเด็ดๆ อะไรบ้างมั้ย เพื่อใช้เตือนสติคนใกล้ชิดของท่าน ให้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย?