การป้องกันอุบัติเหตุในการจราจรทางบก

การป้องกันอุบัติเหตุในการจราจรทางบก

เรื่องสุขภาพ ผู้ขับขี่รถ ผู้โดยสารและผู้เดินเท้า ควรมีสภาพร่างกาย และจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ และเป็นปกติอยู่เสมอ ทั้งในช่วงก่อนเดินทาง ขณะเดินทาง และหลังการเดินทาง สำหรับผู้ขับขี่รถ จะต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคของระบบการไหลเวียนโลหิตโรคของต่อมไร้ท่อ เช่น โรคเบาหวาน โรคคอพอกเป็นพิษ ไม่ควรขับรถ ผู้ขับขี่ต้องมีความสามารถในการได้ยินเสียงต่างๆ ชัดเจน หากสายตาสั้น ต้องสวมแว่นตลอดเวลาที่ขับรถ หากตาบอดสี ตาเหล่ หรือเห็นภาพซ้อนกัน ไม่ควรขับรถ นอกจากนี้ ผู้ที่เป็นโรคกระดูกสันหลังอย่างแรง เช่น วัณโรค หรือโรคสันหลังแข็ง ไม่ควรขับรถในระหว่างเป็นโรค เมื่อโรคได้ทุเลาลง และไม่มีความผิดปกติ หรือพิการรุนแรง ก็อาจขับรถต่อไปได้ และผู้ที่พิการถูกตัดขาข้างหนึ่ง หรือนิ้วหายไปมากกว่า 3 นิ้ว ก็ไม่ควรขับรถเช่นเดียวกัน ส่วนสภาพทางจิตใจนั้น ผู้ขับขี่ควรคุมอารมณ์ และจิตใจไว้ได้ มีสติสัมปชัญญะเสมอ ในการขับรถ หากมีอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอน หรือมีความวิตกกังวลใจ ตื่นเต้น กระวนกระวายใจ มีอารมณ์เสียเกิดขึ้นบ่อยๆ มีความเครียด มีโรคทางจิต ทางประสาท ก็ไม่ควรขับรถ เพราะจะขาดสมาธิในการขับรถ และอาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่าย

ความปลอดภัยในการขับขี่ยวดยานพาหนะ การขับขี่ยวดยานพาหนะไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก หรือรถประจำทางก็ตาม ผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติตนเพื่อความปลอดภัย ดังนี้
3.1 ต้องได้รับใบอนุญาตขับรถก่อนการใช้รถ (ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ ต้องมีอายุ ไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์  ผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะต้องมีอายุ 25 ปีบริบูรณ์ และผู้ขับขี่รถจักรยาน ต้องมีอายุ 13 ปีบริบูรณ)์ ซึ่งผ่านการทดสอบจากเจ้าหน้าที่ขนส่ง
3.2 การตรวจสภาพของรถทุกครั้งก่อนที่จะนำออกไปใช้ ควรตรวจสอบให้เรียบร้อย เช่น ปริมาณน้ำมัน ตรวจหม้อน้ำรั่ว หรือมีน้ำในหม้อน้ำให้เพียงพอ สายพาน น้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก ยางรถ(อาจเก่าเกินไป กระด้าง หรือดอกยางหมด) เบรกของรถจักรยานทั้งล้อหน้าและล้อหลัง
3.3 ควรวางแผนการขับรถ วางแผนการใช้เส้นทาง วางแผนขับรถอย่างสบายๆ ไม่รีบร้อน ตรวจสอบ หรือกำหนดล่วงหน้าถึงจุดจอดรถ จุดจอดพัก จุดเติมน้ำมัน หากต้องเดินทางระยะไกล หรือบริเวณทางด่วน
3.4 แต่งกายให้รัดกุม และใช้สีที่มองเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่ขับขี่รถจักรยาน และรถจักรยานยนต์ การขับรถไปในระยะทางไกลๆ หรือในเวลาค่ำคืน ควรสวมแว่นตาสำหรับขี่รถจักรยานยนต์ สวมเสื้อแขนยาว ผ้าหนาสีสะดุดตา สวมกางเกงขายาวผ้าหนา สวมถุงมือหนังสวมรองเท้าหุ้มข้อมีส้น

การข้ามถนน เพื่อความปลอดภัยในการข้ามถนน ตรงช่องทางข้าม (ทางม้าลาย สะพานลอย หรืออุโมงค์) การข้ามถนนตรงช่องทาง ที่ควบคุมด้วยสัญญาณไฟจราจร และการข้ามถนน โดยไม่มีสัญญาณอะไรเลย ผู้ข้ามถนนควรปฏิบัติดังนี้
2.1 การข้ามถนนตรงช่องทางข้าม
2.1.1 การข้ามถนนที่ทางม้าลาย ควรยืนรอบนทางเท้า หรือไหล่ทางเสียก่อน แล้วมองขวา มองซ้าย และมองดูรถอีกรอบหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่ารถอยู่ห่างทั้งสองข้าง แล้วจึงข้าม โดยเดินทางด้านซ้ายของทางม้าลาย และข้ามด้วยความรวดเร็ว สำหรับทางม้าลาย ที่มีเสาไฟเป็นรูปตุ๊กตาคนข้ามถนน ให้ยืนบนทางเท้า หรือไหล่ทางก่อน แล้วมองที่ตุ๊กตา รูปคน หากตุ๊กตาสีเขียว ก็ให้ข้ามถนนไปได้ แต่ต้องรอให้รถหยุดเสียก่อน ถ้าเป็นตุ๊กตาสีแดง ห้ามข้ามเด็ดขาด ในบางแห่ง อาจใช้สัญญาณเป็นตัวหนังสือบอกไว้ว่า “เตรียม” “หยุด” “ไปได้” หรือ มีเสียงเพลง เมื่อมีเสียงเพลงขึ้นมาแสดงว่าให้ข้ามได้
2.1.2 การข้ามถนนที่สะพานลอย ในระยะ 100 เมตร ต้องเดินไปข้ามตามกฎจราจรที่กำหนดไว้ ควรเดินไปข้าม และระมัดระวังในการเดินขึ้น และลงสะพานลอย ไม่ควรเดินข้ามถนนใต้สะพานลอย
2.1.3 การข้ามถนนที่อุโมงค์ ให้เดินลงบันไดด้วยความระมัดระวัง และเดินลอดข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง แล้วขึ้นบันไดด้วยความระมัดระวัง